ที่มาของเสียงสานฝันบทความที่เคยตีพิมพ์เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการเรียนเปียโนรายงานความเคลื่อนไหวนอก-ในห้องเรียนความรู้สึกต่อเปียโน, ก่อนขึ้นเวทีแสดงคอนเสิร์ตและก่อนสอบ

กว่าจะมีเสียงสานฝัน

      กว่าจะถึงวันนี้ ถ้าจะเปรียบกับการเดินทางก็เป็นการเดินทางที่ใช้เวลานาน และยังมีหนทางอีกยาวไกลที่ต้องดำเนินต่อไป สิ่งต่างๆ ณ วันนี้ ไม่สามารถทำได้โดยลำพัง ในส่วนตัวดิฉันเชื่อมั่นใน ทฤษฎีสามเหลี่ยมความสำเร็จ ซึ่งเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า ไม่ว่าจะหมุนไปทางไหนทุกฝ่ายมีความสำคัญเท่ากันหมด

 


         ด้านที่หนึ่งคือ "มีผู้ปกครองสนับสนุน" ให้เรียนดนตรีอย่างต่อเนื่อง แม้ดิฉันจะขี้เกียจซ้อมบ้างแต่ผู้ปกครองไม่เคย ขี้เกียจไปส่งเรียนแม้แต่ครั้งเดียว ต้องเรียนดนตรีก่อนถึงไปเที่ยว ไม่เคยให้หยุดเรียนเปียโน แม้กระทั่งอยู่ในช่วงของการสอบที่โรงเรียนเพราะถือว่าเพียง 1 ชั่วโมงที่เรียนดนตรีไม่ได้ทำให้เสียเวลาในการอ่านหนังสือ กลับเป็นการผ่อนคลายจากการท่องหนังสือ จนทำให้ดนตรีเป็นเหมือนชีวิต และเป็นอาชีพที่รักที่สุด

 

      ด้านที่สอง คือ "มีโอกาสได้เรียนกับครูที่ดี" ท่านแรกอย่าง อาจารย์รุจิรา เจือสุคนธ์ทิพย์ ผู้ที่มีความอดทนกับความขี้เกียจซ้อมของลูกศิษย์เป็นอย่างมากจนกระทั่งอาจารย์ไปต่างประเทศ ด้วยความที่ประทับใจในตัวอาจารย์รุจิรา จึงมีความหวังว่าสักวันหนึ่งคงมีโอกาสได้เรียนกับอาจารย์ที่เก่งและเข้าถึงใจของนักเรียนอย่างดิฉัน จนระยะเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเวลาที่ดิฉันได้มีโอกาสเรียนเปียโนที่ Carnegie Mellon University: Pittsburgh U.S.A ดิฉันได้รับความรู้และแนวคิดดีๆมากมาย ได้เห็นโลกกว้างขึ้น ได้รับรู้ถึงระบบการเรียนการสอนวิธีปฏิบัติที่แตกต่างไปจากเดิม แต่ผู้ที่มาจุดประกายให้ดิฉันเกิดความรักที่จะประกอบอาชีพครูสอนเปียโนอย่างจริงจังและต้องทุ่มเทในอาชีพการสอนคือ ท่านอาจารย์ ม.ร.ว.วิไลกัญญา วิชัยดิษฐ์ หรืออาจารย์หญิงปลา ท่านเป็นครูอย่างแท้จริง นอกจากความรู้ที่ได้รับ ท่านยังให้คำปรึกษา ให้กำลังใจ สร้างแรงบันดาลใจหลายๆอย่าง ซึ่งท่านเป็นครูต้นแบบที่ดิฉันยึดถือเป็นแบบอย่างเสมอมา

      สำหรับด้านที่สาม คือ "ตัวผู้เรียน" เอง ที่แม้วันนี้เดินทางมาเป็นผู้สอนแล้วแต่ก็ยังต้องศึกษาและเรียนรู้สิ่งต่างๆต่อไป เพื่อที่จะได้เป็นครูที่ดีไม่เฉพาะวันนี้แต่ต้องเป็นครูที่ดีในทุกๆ วัน
 


      ดังที่ อาจารย์ ม.ร.ว. วิไลกัญญา วิชัยดิษฐ์ ได้กล่าวไว้ว่า "เด็กมีพรสวรรค์ติดตัวมาแต่เกิด เปรียบเสมือนเพชรที่ฝังดิน ต้องขุดขึ้นมาถึงจะนำไปใช้ได้ คนที่ขุดคือผู้ปกครองแต่ละท่าน ที่เปิดโอกาสให้ลูกๆ ได้เรียน เพชรเมื่อขุดขึ้นมาใหม่ๆ ก็ยังดูไม่ออกว่าเป็นเพชร ยังเป็นก้อนดูไม่สวย ต้องเจียระไน คนที่เจียระไนก็คือครู ต้องเจียระไนให้มีเหลี่ยม บางคนอาจจะเจียระไนไปได้เล็กน้อย ก็มีเหลี่ยมน้อย บางคนมากกว่าก็มีเหลี่ยมมาก เมื่อพัฒนาไปเรื่อยๆ เพชรนั้นจะยิ่งงามยิ่งสวย ความสามารถก็จะยิ่งมากขึ้น"
  
 
         ดังนั้นการเรียนดนตรีจึงเป็นเรื่องของพรแสวงมากกว่าพรสวรรค์ เมื่อแสวงหาครูที่ดีแล้ว ก็ต้องหาโอกาสในการแสดงความสามารถ ดิฉันเห็นว่าการให้โอกาสในการแสดงของเด็กจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นคอนเสิร์ตเสียงสานฝันจึงเกิดขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2543 (ปี 2000) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนแสดงความสามารถในการเล่นเปียโนบนเวทีการแสดงจริง ฝึกให้กล้าแสดงออกต่อหน้าสาธารณชน รู้จักแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า (โดยเฉพาะเวลาที่เล่นผิด) อีกทั้งร่วมกันทำประโยชน์ต่อสังคม โดยการแสดงต่อหน้าสาธารณชนจะกระตุ้นให้นักเรียนเอาใจใส่ฝึกซ้อมมากขึ้น นอกเหนือจากการฝึกซ้อมประจำวัน ในชีวิตหนึ่งจะมีสักกี่ครั้งที่จะมีโอกาสขึ้นมาแสดงเดี่ยวเปียโนบนเวทีท่ามกลางสายตาของผู้ชมจำนวนมาก ฉะนั้นการสร้างโอกาสทางการแสดงให้กับนักเรียนจึงได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายและที่สำคัญคือการได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองทุกท่าน ดังนั้นการแสดงแต่ละครั้งจึงมีความหมายสำหรับนักแสดงทุกคน อีกทั้งเป็นความทรงจำที่ดีในชีวิต

          ในแต่ละครั้งของการจัดการแสดง จะนำรายได้ไปสมทบทุนมูลนิธิต่างๆ อาทิเช่น มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ เพื่อสร้างกุศลและสร้างโอกาสให้สัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยาก ให้ผู้ดูแลมีปัจจัยหาอาหารมาดูแลและต่ออายุสัตว์ผู้ยากไร้ ได้อาศัยปัจจัยเม็ดเงิน ความเมตตาจากทุกท่านเพื่อการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ต่อไป

          เสาวลักษณ์ ไมตรีจิตต์






 
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
 
อาจารย์รุจิรา เจือสุคนธ์ทิพย์
เขียนถึง เสียงสานฝัน


     บ่ายวันหนึ่งเมื่อประมาณสี่ปีที่แล้ว
     ดิฉันไปดูการแข่งขันเล่นเปียโน ของนักเรียนที่สถาบันการสอบเปียโนของออสเตรเลีย ที่จัดขึ้น ณ สถาบันเยอรมัน (เกอร์เต้) และเป็นช่วงพักรับประทานอาหารกลางวัน มีหญิงสาวคนหนึ่ง เดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า และถามดิฉันว่า ดิฉันคือครูรุจิรา เจือสุคนธ์ทิพย์ ใช่หรือไม่


 
          ดิฉันก็ตอบรับ เมื่อเธอได้ยินคำตอบ ยิ้มน้อยๆของเธอกลายเป็นยิ้มกว้างด้วยความยินดี และรีบบอกดิฉันว่า เธอเคยเรียนเปียโนกับดิฉันจนสอบได้เกรด 1 เมื่อครั้งที่ดิฉันยังสอนเปียโนอยู่ที่โรงเรียนสยามกลการ ลาดพร้าว

          บอกตามตรงว่าดิฉันไม่สามารถจำเธอได้เลย เพราะคำนวณดูแล้วว่า ปัจจุบันเธอโตเป็นสาวแล้ว เมื่อตอนเรียนเกรด 1 ต้องยังเด็ก ประมาณว่าคงไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีที่แล้ว แต่สิ่งนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่ดิฉันติดใจอะไร เพราะในขณะนั้น ความรู้สึกของดิฉันคือ ปลาบปลื้มใจเหลือเกินที่ ถึงแม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แต่ความทรงจำของหญิงสาวคนนี้ ที่ยังจำดิฉันได้ ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่ได้จำหน้าได้ เพราะอายุอานามของดิฉันก็ไม่ใช่น้อย แต่สิ่งที่เธอจำได้นั้นคือชื่อของดิฉัน

          หลังจากเธอแนะนำชื่อของเธอว่า อ้อ เสาวลักษณ์ ไมตรีจิตต์ ดิฉันก็พอจะนึกออกบ้าง ถึงแม้ความทรงจำจะยังไม่แจ่มชัดนัก เพราะระยะเวลาขนาดนั้น กับจำนวนนักเรียนที่เคยสอนมาก็มาก หลังจากต่างคนก็ต่างแสดงตัวแล้ว

          เราก็ได้พูดคุยกันถึงความหลัง และเหตุการณ์ หลังจากที่เธอไม่ได้เรียนกับดิฉันแล้ว เพราะดิฉันต้องติดตามสามี ซึ่งต้องเดินทางไปประจำการยังต่างประเทศ เธอก็เล่าว่าเธอได้เรียนเปียโนต่อและมีโอกาส ได้เรียนกับท่านอาจารย์หญิงปลา ม.ร.ว.วิไลกัญญา วิชัยดิษฐ์ ซึ่งดิฉันเคยเรียนเปียโนกับท่าน ดิฉันก็ไม่สงสัยเลยว่า ทำไมเธอถึงได้ยึดอาชีพครูสอนเปียโน เพราะครูเปียโนในเมืองไทยในปัจจุบันนี้เคยเป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ก็มีอยู่หลายท่านทีเดียว เพราะท่านมีอัธยาศัยดีและมีความเป็นครูที่ดีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ดิฉันเองก็ยึดท่านเป็นแบบอย่างในการสอนเปียโนเสมอมา

          และบัดนี้ ครูอ้อก็เป็นลูกศิษย์อีกรุ่นหนึ่งของท่านที่กำลังทำหน้าที่ครูที่ดีให้แก่เด็กไทยหลายๆคน และมีผลงานความสำเร็จในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นการส่งนักเรียนสอบบ้าง ชนะการประกวดแข่งขันเปียโนบ้างและการแสดงคอนเสิร์ตบนเวที เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงและความสามารถในการสอนที่เป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองและนักเรียน

          ดิฉันปลื้มใจเหลือเกินที่ได้รับรู้ความสำเร็จต่างๆของครูอ้อ และตื้นตันใจ ที่ครูอ้อ ไม่เคยลืมครูตุ๊คนนี้เลย ดิฉันขอเป็นกำลังใจ ให้ครูอ้อปฏิบัติหน้าที่นี้ต่อไปให้ดีที่สุด และประสบความสำเร็จในชีวิตการงานตลอดไป


 
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *  



Trinity Awards - Thailand
ปี 2001 Trinity Awards - Thailand
ดุสิดา มีราษี (โบว์)Solo Piano Grade 5Rank No. 3 ( 86 Marks )

ปี 2003 Trinity Awards - Thailand
ลลิต ศรีธรา (พาย)Solo Piano Grade 1Rank No. 2 ( 92 Marks )
พชรวรรณ พุกบุญมี (โย)Solo Piano Grade 2Rank No. 3 ( 90 Marks )
ณธีร์ พันธุมณี (ซัน) Solo Piano Grade 7Rank No. 2 ( 86 Marks )


AMEB Piano Festival & Competition
ปี 2001ส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน Oct. 2001
ณิชา พันธุมณี ผ่านเข้ารอบ 2

ปี 2003ส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน Nov. 2003
ณธีร์ พันธุมณี (ซัน) ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ระดับอายุไม่เกิน 17 ปี
ณิชา พันธุมณี (แซนด์)ผ่านเข้ารอบ 2
ปิยะรัตน์ เตวุฒิธนกุล (ฝน) ได้รับคำชมพิเศษจาก Professor Max Olding
ผู้เป็นกรรมการตัดสิน

ความสำเร็จอื่นๆ ตามรายปี

ปี 2005
นิจวิภา เรื่องตระกูล (ปอ) ผ่านเข้ารอบ 2 การแข่งขันเปียโน ANZCA

ปี 2008
Phantira Vivattanasinchai LCM Awards 1st Highest Grade 1 87 คะแนน
Suchanun Pirayasatit LCM Awards 1st Highest Grade 2
Thitaporn Vivattanasinchai 1st Highest Grade 4
แบมบี้ รับ Trinity Awards 1st Highest Initial Grade 93 คะแนน

ครูอ้อ รับรางวัล Trinity Awards for Excellence in Music Teaching

ปี 2009
Thongrapee Panyapatiphan LCM Award 3rd Highest Grade 3

ปี 2010
Thongrapee Phanyapatiphan
รางวัลที่ 2 จากการแข่งขัน LCM Piano Competition ระดับอายุไม่เกิน 14

Nattapat Nardviriyakul
รางวัลที่ 3 จากการแข่งขัน LCM Piano Competition ระดับอายุไม่เกิน 12

Bunyawat Ua-arak
รางวัลที่ 3 จากการแข่งขัน LCM Piano Competition ระดับอายุไม่เกิน 12

Khetsin Chuchan
LCM Awards 1st Highest Grade 5 ด้วยคะแนน 89 คะแนน

Prakairat Sukkasem
LCM Awards 3rd Highest Grade 1 ด้วยคะแนน 85 คะแนน

Napitt Sansiri
LCM Awards 1st Highest Grade 1

ปี 2011
Khetsin Chuchan
LCM Awards 2nd Highest Grade 7 ด้วยคะแนน 90 คะแนน

Wanassanan Sukhumalpun
LCM Awards 3rd Highest Grade 6 ด้วยคะแนน 86 คะแนน

Phacharapol Sangwan
LCM Awards 1st Highest Grade 4

Napitt Sansiri
LCM Awards 2nd Highest Grade 2

ปี 2012
Phacharapol Sangwan
LCM Awards 1st Highest Grade 7 ด้วยคะแนน 91 คะแนน

Phantira Vivattanasinchai
LCM Awards 2nd Highest Grade 5 ด้วยคะแนน 85 คะแนน

Patharin Suponthana
LCM Awards 3rd Highest Grade 5 ด้วยคะแนน 85 คะแนน

Napitt Sansiri
LCM Awards 1st Highest Grade 4 ด้วยคะแนน 88 คะแนน

กิจกรรมการสัมมนาของครูอ้อ :

ปี 1999      เข้าร่วมสัมมนาของ AMEB ในหัวข้อ Approaches to Music Education
ปี 2000      เข้าร่วมสัมมนาของ AMEB ในหัวข้อ Understanding Children Child
Development & Effective Teachings
ปี 2001      เข้าร่วมสัมมนาของ AMEB ในหัวข้อ Effective Playing and Inspirational
Teaching The Folio and Beyond
ปี 2001      เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ "ศิลปะการเล่นและการสอนเปียโน"
ปี 2002      เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ "การสอนเปียโนอย่างมีประสิทธิภาพ"
ปี 2002      เข้าร่วมสัมมนา The 5 th Piano Pedagogy Conference
ที่ Perth ประเทศออสเตรเลีย



 
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
 
รางวัลคนเก่งห้องนั่งเล่นส่งจดหมายถึงครูอ้อ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
Siengsarnfun Logo siengsarnfun.com © 2006 Saowalak Maitrechitt
All rights reserved.