ที่มาของเสียงสานฝันบทความที่เคยตีพิมพ์เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการเรียนเปียโนรายงานความเคลื่อนไหวนอก-ในห้องเรียนความรู้สึกต่อเปียโน, ก่อนขึ้นเวทีแสดงคอนเสิร์ตและก่อนสอบ

การเลือกที่เรียนดนตรีให้ลูก

      ดิฉันเป็นแม่ของลูกชาย 2 คน (ขนุนกับน้อยหน่า) ขณะนี้อายุย่าง 13 และ 15 ปี เราเริ่มเรียนดนตรีมาประมาณ 7 ปีแล้ว แต่ได้มาเรียนกับครูอ้อเมื่อเกือบๆ ปีที่ผ่านมา จึงอยากเล่าประสบการณ์การเรียนดนตรีของลูกๆ และการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้ เพื่อเป็นประโยชน์แก่คุณพ่อคุณแม่ที่จะให้ลูกเริ่มเรียนดนตรีค่ะ

      เมื่อเริ่มเรียนดนตรีการเลือกครูและโรงเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่ด้วยความที่เราไม่มีประสบการณ์ เล่นดนตรีก็ไม่เป็น คิดว่าที่ไหนก็ได้ จึงเสียเวลาไป 6 ปีอย่างน่าเสียดาย

 
          ลูกควรมีพัฒนาการที่ดีกว่านี้มาก
          ทำไมเราจึงเสียเวลาไปนานขนาดนั้น?
          เพราะเราคิดว่าลูกไม่มีพรสวรรค์
          ไม่อาจเล่นดนตรีได้ดีเหมือนคนอื่นๆ

          ไม่จริงเลยค่ะ
          ความสามารถทางดนตรีพัฒนาได้ด้วยตัวเด็กเอง
          โดยที่มีครูและพ่อแม่คอยสนับสนุน
          และไม่มีอะไรที่สายเกินกว่าแก้ไข
          ......

                

          6 ปีที่ผ่านมาเราส่งลูกไปเรียนดนตรีทุกสัปดาห์ กลับมาก็ซ้อมบ้าง ไม่ซ้อมบ้าง 10 - 15นาทีต่อวัน ถึงวันเรียนก็ไปเรียน ย่ำอยู่อย่างนี้เป็นปีๆ เพราะเราไม่มีเป้าหมาย ไม่มีใครแนะนำ ว่าถึงตอนนี้ลูกควรจะสอบเกรดแล้วนะ เราก็คิดแต่ว่าลูกยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร ให้เรียนเป็นกิจกรรมคลายเครียดก็แล้วกัน ผ่านไปหลายปีกลายเป็นพ่อแม่ชักเครียด คิดว่าจุดนี้เป็นจุดตัดสินใจที่หลายๆครอบครัวเลิกเรียนดนตรีไปเลย เพราะเด็กเริ่มโตขึ้น ต้องเรียนวิชาการหนักขึ้น ในเมื่อเรียนดนตรีแล้วไม่มีพัฒนาการก็หยุดเรียนเสียดีกว่า โชคดีของครอบครัวเราที่ได้มาพบครูอ้อจากการแนะนำของเพื่อน ทำให้เราเปลี่ยนความคิดและทัศนคติต่อการเรียนดนตรีไปอีกทางหนึ่งเลยค่ะ

          ลูกของเราพัฒนาได้ดีมากในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าเทียบกับเด็กอายุเท่ากันแล้วก็น่าจะสอบเกรด 3 หรือ 5 ไปแล้ว แต่เราไม่ได้สนใจในจุดนี้นัก หากลูกมีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ ลูกก็ย่อมได้เกรดอย่างแน่นอน ไม่ทราบว่าคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นจะรู้สึกเหมือนดิฉันไหมว่า เพลงของลูกเพราะเสมอสำหรับพ่อแม่ แม้ว่าจะเป็นเพลงต๊องๆ แต๊งๆ ตั้งแต่ลูกยังเล็กๆ จนถึงตอนนี้จะเล่นเพลงยากๆได้บ้างแล้ว ลูกเราทำได้ขนาดนี้แล้วหรือ ดิฉันพบว่าความยากของเพลงไม่ได้เป็นอุปสรรคที่ลูกๆจะทำไม่ได้ กลับเป็นความท้าทายและความภาคภูมิใจของลูกๆเมื่อขยันฝึกซ้อมจนสามารถเล่นได้

          กิจกรรมทางดนตรีของครูอ้อ ทั้งการส่งแข่งขันเปียโน การแสดงคอนเสิร์ต และการเรียนในแต่ละสัปดาห์ ทำให้ลูกรู้ว่าเขามีเป้าหมายอย่างไรในการเรียนดนตรี ต้องขยันซ้อมขนาดไหนถึงจะแสดงบนเวทีได้

          แม้ว่าลูกจะยังไม่ได้รางวัลอะไรจากการแข่งขันเปียโน แต่ลูกคงรู้แล้วว่าตนเองมีศักยภาพเพียงไรในการเล่นดนตรี เป็นความภาคภูมิใจของพ่อแม่อย่างที่สุดที่ลูกพัฒนามาถึงจุดนี้ได้


          คุณแม่ชมพู่ (ชมพูนุต อมรรุ่งเรือง)
 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
 
คนอื่นๆ เวลาอยู่หลังเวที เป็นยังไงกันบ้างนะ ?
      - ความรู้สึกดี..ดี กับดนตรีของพี่ฝน
      - ครั้งแรกในการแสดงบนเวทีของขนุน
      - คุณแม่น้องปอ
      - อีกมุมมองหนึ่งของการเริ่มต้นชีวิต การทำงาน และการเรียนเปียโน : โบว์
      - เปียโนกับขนุน
      - เรื่องเล่าจากน้อยหน่า


 
รางวัลคนเก่งห้องนั่งเล่นส่งจดหมายถึงครูอ้อ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
 
Siengsarnfun Logo siengsarnfun.com © 2006 Saowalak Maitrechitt
All rights reserved.